ColDPlaY

posted on 02 Jan 2009 21:20 by leveldown

วงได้ก่อตั้งขึ้นในเดือน มกราคม พ.ศ. 2541 โดยเด็กนักเรียน จาก UCL ซึ่งนั่นก็ได้แก่ คริส มาร์ติน, จอน บั๊คแลนด์, กาย เบอร์รี่แมน และ วิล แชมป์เปี่ยน พวกเขาลงทุนบันทึกเดโมเทปด้วยตัวเอง ทำ อีพีเซฟตี้ (EP safety)

ในเดือน พฤษภาคม ซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกที่ โคลด์เพลย์บันทึกเสียงหนึ่งในเพลงของพวกเขา “Bigger Stronger” เป็นเพลงที่ถูกจับตา มองจากสื่อต่างในอังกฤษๆ เป็นอย่างมาก โคลด์เพลย์ได้ไปแสดงที่เดอะฟอลค่อน ในย่าน แคมแดน ในเดือน ธันวาคม ที่ซึ่งพวกเขาถูกจับตามองเป็นอย่างมากจากบรรดาสื่อที่มีอิทธิพล ค่ายเพลงเฟียร์ซ แพนด้า และไซม่อน วิลเลี่ยม จากนิตยสาร NME (นิตยสารวงการเพลงอัลเทอร์เนทีฟ)ผู้ซึ่งทำให้วงของพวกเขาดังเป็นพลุแตก

ซิ งเกิ้ลฮิต “Brother & Sister” ที่ทำกับค่ายเฟียร์ซ แพนด้าได้เข้าไปติดชาร์ต ท็อปวันฮันเดรด ในช่วงต้นปี 2542 ในเดือนพฤษภาคม วงนี้ก็ได้ทำสัญญากับค่าย พาร์โลโฟนจากการที่พวกเขาได้ไปปรากฏตัวในงานเทศกาลดนตรี แกลสตันบิวรี่ ก็ได้ปล่อย อีพีชุดใหม่คือ “The Blue Room” ซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกที่ทำกับ ค่ายพาร์โลโฟน ในปี 2543 พวกเขาก็ออกทัวรคอนเสิร์ต ร่วมกับวงหน้าใหม่ Terris และเล่นเป็นวงเปิดให้กับวง Muse

เพลง ที่ยอดฮิตของพวกเขาคือ Shiver, Yellow และ Trouble ในอัลบั้ม Parachutes ที่วางแผงในเดือน กรกฎาคม และวงของพวกเขายังได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Mercury MusicPrize อีกด้วย

อัลบั้ม ที่ 2 A Rush of Blood to the Head โคลด์เพลย์ได้กลับสตูดิโอเพื่อทำอัลบั้มในช่วงเดือน ตุลาคม 2001 อัลบั้มออกวางขายเดือน สิงหาคม 2002 อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตอย่าง "In My Place", "The Scientist", และ "Clocks" นอกจากนั้นเพลง "Clocks" ยังได้รางวัลแกรมมี่สาขา Record of the Year ไปอีกด้วย

หลัง ทิ้งช่วงจากอัลบั้ม A Rush Of Blood To The Head เป็นเวลา 2 ปีกว่า 6 มิถุนายน ค.ศ. 2005 ก็ได้ออกอัลบั้ม X&Y (เอ็กซ์ แอนด์ วาย) ที่พวกเขาได้ตระเวน ทำการบันทึกเสียงถึง 8 สตูดิโอไม่ว่าจะเป็นที่ชิคาโก, นิวยอร์ก, ลอสแอนเจลิส, ลิเวอร์พูล, และลอนดอน กับซิงเกิ้ลแรก “Speed of Sound” ที่เปิดตัวอันดับ 8 ชาร์ตบิลบอร์ดในอาทิตย์แรก สร้างสถิติเป็นวงจากอังกฤษวงที่สองต่อ จาก เดอะ บีทเทิลส์ ที่สามารถนำซิงเกิ้ลที่ปล่อยไปเพียงอาทิตย์แรกเข้าสู่ Top 10 ของชาร์ตฝั่งอเมริกา [1]

วัน ที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2007 โคลด์เพลย์ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Front Row ทาง BBC Radio 4 ว่า Brian Eno จะมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้อัลบั้มที่ 4 ของพวกเขา [2] นอกจากนั้นเดือน มีนาคม 2007 Timbaland ได้บอกกับนิตยสาร GQ Magazine ว่าเขาจะมาร่วมทำอัลบั้มให้กับโคลด์เพลย์ในอัลบั้มหน้าด้วย

 

Coldplay :: เป็นวง Alternative rock, Piano rock จาก ลอนดอน, อังกฤษ
Coldplay :: ฟอร์มวงตอนปี 1998
Coldplay :: เป็นที่รู้จักและดังกระหึ่มจาก single " Yellow " และต่อมาจึงออกเป็นอัลบั้ม Parachutes
Coldplay :: มีกัน 4 คน
Coldplay :: มี Chris Martin * ร้องนำ / เปียโน / คีย์บอร์ด / กีตาร์
Coldplay :: มี Jonny Buckland * กีตาร์ / ฮาร์โมนิก้า / ประสานเสียง
Coldplay :: มี Guy Berryman * เบสกีตาร์ / ซินธิไซเซอร์ / ฮาร์โมนิก้า / ประสานเสียง
Coldplay :: มี Will Champion * กลอง / เพอร์คัสชั่น / เปียโน / ประสานเสียง

เคยมาเปิดคอนเสิร์ทที่กรุงเทพ :: Coldplay live in Bangkok สถานที่แสดง อิมแพค อารีน่า เมื่อ วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2546

24 เรื่องพาอ๊วก

posted on 04 Dec 2008 20:19 by leveldown
1.นักถ้ำมองโครตสกปรก

เป็น ชาวอเมริกันแต่ไม่ระบุชื่อเพราะญาติขอร้อง อายุ 37 ปี อยู่เมืองเลล์ เกลด รัฐฟลอริดา อาชีพเพาะปลูก เมื่อเวลาว่างชายคนนี้จะมีอาชีพพิเศษคือชอบแอบมองสาวทำธุระโดยการตะเวณดูตาม สุขาทั่วเมือง และยิ่งมองยิ่งติดใจจงตัดสินใจแช่ในถังส้วมหลุมเพื่อมองเห็นสาวทำธุระจะๆ ตา(ส้วมเมืองนอกเขาเป็นแบบนี้) เผลิญสาวคนหนึ่งเขาทำธุระปล่อยทุ่นส่วนตัวเสร็จ แล้วบังเอิญไปเห็นอะไรไม่รู้มีตาสองตาของคนจึงแจ้งตำรวจ แล้วเจ้าถ้ำมองคนนั้นก็ถูกตำรวจเรียกรถเครนพร้อมตะขอเกี่ยวนักถ้ำมองออกจาก หลุม จากนั้นก็หย่อนลงบึงน้ำเสียเลย

2.แล้วใครจะมาแทน

นาง ซินเธีย บรวน ชาวออสซี่ ได้ปลดเกษียณอายุงาน 62 ปีลง ที่โรงงานผลิตยาแห่งหนึ่ง จากสถิตทำงาน 34 ปีเต็ม โดยงานที่เธอทำสุดภาคภูมิใจคือ เธอสูดดมกลิ่นตด หรือก้นผู้ป่วยโรคริดสีดวงถวาร เนื่องจากบริษัทแห่งนี้ผลิดน้ำยาดับกลิ่นก้นและส่งใส่ว่าผลิตภัณฑ์เขาใช้ได้ กับผู้ป่วยหรือไม่

3. สถิตนี้ใครกล้าทำลาย

โด แนลด์ คิง วัย 38 ปี ชาวเมืองเคพทาวน์ ประเทศเซาธ์แอฟริกา เขามีสถิดอันดับโลกโครตภูมิใจคือ เขาเป็นสามีหรือผัวของสัตว์ตัวเมียไม่น้อยกว่า 600 ตัว โดยเมียสัตว์ของโดแนลด์มีทั้ง แพะ แกะ วัว ควาย ม้า หมา แมว แรด นกกระจอกเทศ ลามา ไฮยีน่า กวาง เต่าตะนุ ลิงชิมแปมซี กอริลล่า ตัวกินมด (โฮ้กล้ามั่วขนาดนี้เลยเรอะ)

4. อยากดัง

เลิฟ วีนี่ ดาราโนเนม ชาวลอนดอน ทำยังไงก็ไม่ดังเสียที วันหนึ่งเธอเข้าส้วมก็เกิดไอเดียสุดเจ๋ง เธอใช้เงินก้อนสุดท้ายทำอัมบั้มซีดี.ทันที โดยการอัดเสียงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องน้ำขณะที่ตนเองเข้าใช้ ไม่ว่าเสียงแปรงฟัน เสียงขุยเสลด เสียงฉี่ ตด หาวเรอ เสียงอึตกกระทบกับน้ำ ผลคืออัลบัมเธอขายดีมากกว่า30000 แผ่น และราคาแผ่นพอๆ กับแผ่นป๊อบฮิตเลยทีเดียว (ดังสมใจเลย)

5. ตายสุดซวยที่สุดในโลก

อัน นี้เคยออกข่าวแล้วนะ บีทรีส วิลเลียมสัน อายุ 77 ปี พลเมืองอาวุโสชาวอังกฤษ วันหนึ่งเธอออกไปทำสวนหลังบ้าน ขณะที่เธอทำงานเพลินขณะนั้นก็มีของเสียก้อนหนึ่งตกลงมาจากห้องน้ำเครื่องบิน พอดีช่วงนี้อากาศหนาวจัดทำให้ของเสีย(ขี้) จับก้อนน้ำแข็งจนโตเท่าผลส้มตกลงหัวอย่างรุนแรง เธอล้มลงเสียชีวิตทันที (เฮ้อ..ทำมั้ยซวยยังงี้)

6. แข่งกินของสัปดนชิงแชมป์โลก

การ แข่งนี้เกิดขึ้นที่ออสเตเลีย ชื่อรายการ ไอแซล อีท แอนนีธิง คอนเทสต์ แปลว่าฉันจะ แ ด ก ทุกอย่างที่ขวางหน้า ของที่กินมีทั้ง คอไก่สดๆ ฉี่วัว1ถ้วย หนอน ไส้เดือนสด ไขมันคน 1 ถ้วยที่ดูดมาจากคลีนิก (แวะ )

7. สั่งขี้มูลไกลที่สุดในโลก

โจ อานนี่ เมสัน สาวสวย หุ่นดี แต่พฤติกรรมสุดอนาถ เพราะเธอมีความสามารถพิเศษคือสั่งขี้มูกขนาดเท่าเม็ดถั่วแดงไกลถึง 151 ฟุต 3 นิ้วครึ่งขนาดเท่าสนามฟุตบอล (โอโห ซูดยอด)

8.แมวฉันอยู่ในจานเป็ด

มา ร์ซา ชาวนิวยอร์ก เสียใจมากที่แมวตัวโปรดชื่อ พัลซั่ม หายตัวไป เธอเศร้ามากจึงเดิมมาที่ภัตราคารจีน "xxx๊ดลัค ยู แฮป"สั่งเป็ดทอดมากินเพราะคิดว่าเธอจะคลายเศร้าได้ พอดีตอนที่เธอกินอาหารอย่างอร่อย ตำรวจ 3 นาย มาร้านพร้อมหมายค้นว่าร้านนี้ลักแมวลักหมามาปรุงอาหารขายแก่ลูกค้า......และ แล้วมาร์ชาก็ตามตำรวจไปดูในครัวแล้วก็เห็นหัวแมวของเธอแขวนกับตะขอ และพ่อครัวก็ยอมรับว่าเป็ดทอดที่เธอกินเป็นแมวของเธอเอง............... อร่อย


9. ฉี่ก็มีดี

นัก วิจัยชาติไหนก็ไม่รู้เ พากันตกตะลึงว่าฉี่นั้นมีดี โดยพบคุณสมบัติที่ว่ามีฤทธิ์คล้ายยากล่อมประสาท ทำให้คนรู้สึกสุขสบายและมีความสุข เมื่อเห็นดังนี้นักวิจัยเลยนำไปสกัดเป็นแคปซูลขายในราคา 5 ดอลลาร์เสียเลย

10.มนุษย์ตดตายอย่างสมศักดิ์ศรี

โจ นาธาน กริกส์ ชาวอังกฤษ เขาป่วยเป็นโรคประหลาด เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินย่อยอาหารและกล้ามเนื้อทำให้เกิดแก๊สในท้องและตด เป็นประจำทุกระยะ 11 วินาที อยู่ดีไม่ว่าดีนายคนนี้ดันมีภรรยาและอยู่ 19 ปีเต็ม มีหรือที่เธอจะทนได้ เธอเลยจับสามีขังไว้ในตู้เก็บผ้าแบบปิดมิดชิด ปล่อยให้สามีตดตั้งแต่เช้าจนเย็น และวันต่อมาภรรยาเขาก็ลองจุดไฟเหย่ไปดู ปรากฏว่าบ้านระเบิดพังเป็นแถบ ตายกันทั้งสามีภรรยา

...หากชาติมีจริง ขอให้เราทั้ง2เกิดมาคู่กัน...

11.นักเลียสิวสถิตโลก

นาง สาวแซลลี่ ดาลตัน อายุ 19 ปี เมืองโอ๊กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เปิดอาชีพเป็นนักเลียสิว โดยใช้ลิ้นสะกิดสิวให้หัวออก เธอทำทั้งหัวดำ หัวช้าง และเธอทำมาตั้งแต่ปี 1942 จนอายุ 21 ปี เธอทำสถิตเลียสิวแก่ผู้คนรวม 5000 คน

12.อาหารชวนอ้วกที่สุดในโลก

วง การอาหารโลกต้องบันทึกสถิตว่าเป็นอาหารที่ขยะแขยงของโลกที่เคยมีบันทึกมา เหตุเกิดที่ภัตตาคาร "โอมาร์" ในกรุงอัสตันบูล ประเทศตุรกี มีอาหารชนิดหนึ่งชื่อ "ซุปเห็ด" ดังมากคนต่อเข้าคิวไปกินจนแน่นร้านทุกวัน  มีอยู่วันหนึ่งลูกค้าคนหนึ่งเกิดสงสัยว่าทำไมเนื้อเห็ดมันเหนียวผิดปกติกว่า วันอื่นๆ จึงมีการตรวจสอบ ผลปรากฏว่าแท้ที่จริงเนื้อเห็ดที่เหนียวๆ นั้น เป็นเนื้อผิวหนังที่ตาย ตัดออกจากปลายแขน ปลายขา คนป่วยโรคเรื้อนนั้นเอง.....อ้วก! (สงสัย...คงอร่อยน่าดู )

13.หมอพยาบาลหนีกระเจิง

เหตุ เกิดที่ห้องผ่าตัดแห่งหนึ่งในนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อแพทย์และพยาบาลดูดไขมันจากหน้าทาง(ไลโปซัคั่น) จากสาวอ้วนคนหนึ่งชื่อ มาร์ธ คีเนอร์ หนัก 975 ปอนด์ หรือ 442 กิโลกรัม ระหว่างที่ดูดจู่ๆ เครื่องดูดไขมันเกิดทำงานผิดพลาดแทนที่จะพ่นไขมันลงถุงกลับพ่นกระจายไปทั้ง ห้อง แพทย์ และพยาบาล ต้องวิ่งหนีอุตลุด

14.เรื่องน่าเศร้าของช่างตัดผมตาบอด

ซา มูเอล โครเจอร์ อายุ 55 ปี เป็นช่างตัดผมอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่ตาบอดทั้งสองข้าง วันนั้นแก่เดินถือเก้าอี้สำหรับเด็กสำหรับนั่งตัดผม ขณะนั้นเขาเดินอยู่ริมถนนในเมืองแอตแลนต้า ด้วยความซวย ซามูเอลเกิดล้มหน้าคะมำลงกับพื้น บังเอิญมีหมามาขี้ไว้เกินบะเริ่ม ก้อนขี้หมานั้นเข้าปากเขาเต็มๆๆ.....อ้วก! (เฮ้อ...ซวย)

15.อาหารนี้ช่วยรอดชีวิต

ด. ช. ทอมมี่ กรีลีย์ อายุ 10 ขวบ อาศัยอยู่ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา เขาเกิดมาพร้อมโรคแพ้อาหารทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนมแม่ ขนมก็แพ้ ถ้ากินเข้าไปจะอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง แต่......มีอาหารอย่างหนึ่งที่ทอมมี่กินแล้วไม่อ้วก และสามารถเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรง นั้นคือขี้มูลเหลวๆ จากปากหรือจมูกเด็กๆ นั้นเอง

16.มนุษย์ปืนใหญ่ลงผิดที่
 
โร เจอร์ เคนนีย์ เป็นนักแสดงผาดโผนเสี่ยงตาย เป็นมนุษย์ปืนใหญ่ยิงจากปากกระบอกปืนไปไกลถึง 100 ฟุต แล้วตกไปจุดที่คำนวณไว้อย่างแม่นยำ  ครั้งหนึ่งในการแสดง เกิดความผิดพลาดจากแรงอัดกระบอกปืนทำให้ร่างเขาลอยพ้นตาข่าย และเวลานั้นช้างกำลังขี้พอดี หนาของโรเจอร์จึงพุ่งเข้าตูดช้างอย่างแม่นยำ (เจ๋งเป้ง...แม่นเปะ)


17.มนุษย์งู

เรื่อง นี้เคยออกข่าวมาแล้วช่อง 3 บรูโน่ โทรลอคซี่ ชาวอิตาลี กำลังฝึกฝนสมาธิแบบชาวตะวันออก วันๆ ไม่ทำการอะไร เอาแต่เล่นโยคะ อยู่มาวันหนึ่งเขารู้สึกว่าลิ้นของเขามันใหญ่ไป คับปากคับคอ เป็นอุปสรรคต่อการฝึกสมาธิเขาจึงใจกรรไกลคมๆ อ้าปากอาๆๆ แล้วตัดฉับลิ้นแยกเป็น 2 แฉก จบ..............

18.ศิลปิน

เน็ด โทเลอร์ ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินสุดเพี้ยน แต่งานเขานั้นสวยงาม ตระการตา ความสัปดนเขาเริ่มขึ้นเมื่อเมียคลอดแฝด 3 ออกมา ด้วยความแป็นศิลปิน เขาเอาผ้าออมแบบใช้แล้วของเด็กแฝดมาจัดการคลุกเคล้ากับขี้แล้วผสมอะไร บางอย่าง สร้างผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ เช่น สร้อยลูกประคำ เข็มกลัดติดเสื้อ กิ๊ปหนีบผม ฯลฯ

19.มนุษย์หมาป่า

โร เบิร์ต จอห์นสัน หรือ เฟ็ช เกิดพลัดหลงพ่อมากลางป่า ฝูงหมาป่ามาเห็นเข้าจึงเก็บไปเป็นลูก ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั้ง 10 ขวบ จึงได้รับการช่วยเหลือออกมาอยู่กับสังคมมนุษย์เหมือนเดิม แต่นิสัยของโรเบิร์ตยังแก้ไม่หาย แม้ปัจจุบันนี้ เขาจะโตแล้ว เป็นถึงผู้บริหารนักการธนาคาร แม้ในขณะประชุม เขายังขอเวลานอกเพื่อที่จะเข้าห้องส่วนตัว อาเจียนของเก่าออกมาใส่จานแล้วเลียกลับเข้าไปเหมือนเดิม

20.คนสกปรกที่สุดในโลก

วิ ลลี่ เครเมอร์ แห่งเมืองยูยีน รัฐโอเรกอน ได้รับฉายาว่า คุณขี้เปียก เนื่องจากเขาสะสมก้อนประหลาดกลิ่มเหม็นเน่า หนักกว่า 27 ปอนด์ไว้ห้องนั่งเล่นเขา ก้อนเหม็นนั้นมาจากสิ่งละอันพันละน้อยจากสะดือ รูหู จากรูจมูก ขี้ไคล ผสมด้วยน้ำอสุจิ

21.ภารโรงขี้เล่น

ใน ห้องแล้บทดลองทางโภชาการแห่งหนึ่ง ในเมืองแฟรค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อนักวิจัยกลับบ้านแล้ว ก็ถึงเวลาที่ภารโรงมาทำความสะอาด วันรุ่งขึ้นนักวิจัย เข้ามาภายในเพื่อเข้าทำงานต่อ แทนที่จะทำงานกับด่าพ่อล้อแม่เพราะถาดงานวิจัยเกิดสลับปนไปหมด พร้อมถาดใส่ใส้เอแคลร์กับราสเบอรี่ ได้มีถาดก้อนสำลีซับเลือดซับหนองมาแทนเพราะภารโรงขี้เล่นแท้ ๆ (เฮ้อ...ซวย)

22.ดิ่งพสุธาลงผิดที่

แค เธอรีน เดลาแพลนเต้ เป็นนักดิ่งพสุธาหญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นมืออาชีพ ครั้งหนึ่งเธอดิ่งพสุธา ปรากฏว่าถูกลมกรรโชกเลยเป้าหมายออกนอกเมืองนับเป็นไมล์ ๆ เธอบังคับร่มลงในแปลงปลูกผักแปลงหนึ่ง โดยหล่นตูมลงถังปุ๋ยหมักที่เปิดฝาจนขึ้นอืด อย่างสุด ๆ
(เย่ แม่นจัง )

23.ฆ่าตัวตายแบบสกปรก

เคนท์ เกรียร์ วัย 56 ปี ชาวอังกฤษ ป่วยเป็นโรคปอดอักเสบเรื้อรังหลายปี ทำให้เขาหายใจลำบาก มีเสลดพัดคอตลอดเวลา ความจริงรักษาหาย แต่เขาบอกตัวเองว่า "อยู่ไปก็รกโลก" จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายแบบพิสดาร เขาเติมน้ำจนเต็มอ่างอาบน้ำเด็กก้มหน้าปล่อยให้เสลด น้ำมูก ปะแน่นรูจมูก 2 รู และบางส่วนปิดหลอดลม จนหน้าเขาซุกลงในอ่างน้ำ แล้วเขาก็ตายอย่างสมใจนึกเพระขาดอากาศหายใจ

24.จิตแพทย์ก็บ้าเป็น

เมื่อ ปี 1992 มีจิตแพทย์ผู้วชาญโรคจิตในผู้สูงอายุชาวอเมริกันนำเสนอวิธีการบำบัดโรคจิต แก่คนไข้ของตนเอง โดยให้คนไข้แก้ผ้าแล้วนอนในอ่างอาบน้ำ จากนั้นหมอก็แก้ผ้าจนล่อนจ้อนก้มหน้าใช้ลิ้นตัวเองเลยร่างกายคนป่วยจนทั่ว ตัว กว่าจะรู้ว่าจิตแพทย์คนนั้นเป็นบ้า ด้วยให้คนป่วยโรคจิตแหละมาบอกว่า "หมอเป็นบ้าไปแล้วเจ้าค่า"


ภาพนี้ถ่ายโดยลูกเรือในยานโคลัมเบียในการปฏิบัติการค รั้งสุดท้าย
ภาพนี้ถ่ายผ่านดาวเทียมในวันที่ท้องฟ้าปราศจากเมฆหมอ ก
เป็นภาพของทวีปยุโรปและแอฟริกาในเวลาอาทิตย์อัสดง

กึ่งหนึ่งของภาพเป็นเวลากลางคืน แสงสว่างที่เป็นจุดๆ ที่คุณเห็นนั้นคือแสงไฟในเมือง
ส่วนบนสุดของทวีปแอฟริการ คือ ทะเลทรายซาฮาร่า
เห็นได้ว่าในเขตฮอลแลนด์ ปารีส และะบาร์เซโลน่านั้นต้องเปิดไฟเพื่อ
ให้แสงสว่างยามค่ำคืน ขณะที่ในลอนดอน ลิสบอน และแมนดริด
ยังคงเจิดจ้าด้วยแสงสว่างของเวลากลางวัน

แสงอาทิตย์ยังคงสาดส่องอยู่ในเขตช่องแคบยิบรอลต้า
ขณะเดียวกันทะเลเมดิเตอเรเนียนกลับถูกปกคลุมด้วยความ มืดของยามราตรี

คุณจะเห็นหมูเกาะอะโซเรสตรงกลางมหาสมุทรแอตแลนติก
ด้านขวาล่างของอะโซเรส คือ หมู่เกาะมามาเดล่า
ต่ำลงมาทางด้านล่าง คือ หมู่เกาะแคเนอรี่
และต่ำลงมาทางใต้นั้นอยู่ใกล้กลับบริเวณสุดเขตฝั่งตะ วันตกของทวีปแอฟริกา
คือ หมู่เกาะ เคป เวอร์ด เห็นได้ชัดว่าทะเลทรายซาฮาร่าซึ่งกินบริเวณกว้างนั้น
เป็นส่วนที่จะเห็นความแตกต่างของช่วงเวลากลางวันและก ลางคืนได้อย่างชัดเจน
ด้านซ้ายบน คือ กรีนแลนด์ที่หนาวเย็น

หมายเลข กับ ความรัก

posted on 05 Nov 2008 20:01 by leveldown


ข้อมูลจาก Forward Mail

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

ตัวเลขแต่ละตัว ต่างมีความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่ รวมทั้งเรื่องของหัวใจด้วย ใครเกิดวันไหนอยากรู้ว่าเลขวันเกิดมีความสัมพันธ์กับเรื่องราวความรักของคุณ อย่างไร ตามไปอ่านเลยค่ะ

 บุคคลหมายเลข 1 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 1,10,19 และ 28

ถูกควบคุมโดยพลังแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นเทพเจ้าแห่งความสดใส เป็นความรัก ที่ถูกกระตุ้นให้ร่าเริงอยู่เสมอ กระตือรือร้นที่จะรัก ชอบแสดงออก เมื่อรักแล้วจะเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา เป็นรักที่เปิดเผย มักจะบอกกล่าว ให้คนรอบข้างและสาธารณชนได้รับรู้ ในมุมกลับกันถ้ารักเป็นพิษหรือไม่สมหวัง ก็พร้อมที่จะแผดเผาด้วยอารมณ์ที่รุนแรงได้เช่นกัน มุมมองด้านความรัก คือ ทะเยอทะยาน เร้าใจเหมือนรถแข่งที่พร้อมจะทะยานเข้าสู่เส้นชัย

 บุคคลหมายเลข 2 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 2,11 ,20 หรือ 29

ถูกควบคุมโดยพลังแห่งดวงจันทร์ หรือเทพีแห่งยามค่ำคืน เป็นความรักที่อ่อนโยน อบอุ่น โรแมนติค ครุ่นคิด ไตร่ตรอง ทบทวน แผ่วเบา ดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ต่อเนื่องยาวนาน ในมุมกลับกันมักจะครุ่นคิด จนวิตกกังวล หึงหวงเกินขอบเขต มุมมองด้านความรัก คือ ลึกซึ้ง อ่อนโยน เหมือนเรือที่วิ่งเข้าสู่ท่าเทียบเรืออย่างสงบ

 บุคคลหมายเลข 3 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 3, 12,21 และ 30

ถูกควบคุมโดยพลังของดาวพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นเทพเจ้าของการเรียนการสอน รูปแบบ แห่งรักจึงมีการชี้นำ การอบรม เป็นห่วงเป็นใย แบบพ่อแม่ดูแลบุตร พี่ชายดูแลน้องสาว ครูบาอาจารย์ดูแลศิษย์ มีความเอื้ออาทรเป็นสายใย นี่คือแบบฉบับของรักที่เปี่ยมไปด้วยไมตรี บางคู่ก็อาจเป็นรักที่เกิดจากคนต่างวัย แต่มีสายใยแห่งความเข้าใจเป็นสิ่งผูกมัด ในมุมกลับกันก็พร้อมที่จะเป็นรักในรูปแบบที่เย็นชา วุ่นวายเรื่องส่วนตัวเกินขอบเขต มุมมองด้านความรัก คือ การสนทนานำพาสติปัญญาให้งอกงาม

 บุคคลหมายเลข 4 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 4,13,22 และ 31

ถูกควบคุมพลังแห่งรักโดยดาวมฤตยู หรือดาวยูเรนัส เทพเจ้าแห่งความคิดอิสระ มีการกระทำในมุมที่ผู้อื่นคาดการณ์ไม่ถึง ความรักบางครั้งก็ยากแก่การคาดการณ์ อาจเจอปุ๊บรักปั๊บ หรือไม่รักไม่หวง แต่คอยติดตามความคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา เป็น ความรักที่เกิดขึ้นได้โดยไม่มีการเตรียมพร้อม แต่พร้อมที่จะรัก ในมุมกลับกันก็พร้อมที่จะเย็นชา ไร้ความรู้สึก ไร้ความสนใจ เหมือนทุกอย่างคือความว่างเปล่า มุมมองด้านความรัก คือ สายลมที่นำพาทุกอย่างมาพร้อมกัน

 บุคคลหมายเลข 5 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 5,14 และ 23

ถูกควบคุมโดยพลังแห่งดาวพุธ ซึ่งถือว่าเป็นดาวดวงเล็ก แต่มีฤทธิ์ค่อนข้างเกินตัว โดดเด่นทางด้านเดินทาง และมีวาทศิลป์ในการเจรจา สื่อถึงความรักที่โลดแล่นไปตามจังหวะชีวิต ขึ้นลง ตามภาวะเหตุการณ์ และการเจรจาพาที เป็นความรักที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสื่อสารถึงกันตลอดเวลา แม้ว่าจะห่างกันคนละมุมโลก ความรักเหมือนปรอท เจอแล้วมักมีเหตุให้จากกันชั่วครู่ เมื่อทำภารกิจสำคัญสำเร็จแล้ว ถึงจะได้ย้อนกลับมาเจอกันอีก เรียกว่าจบลงด้วยดีในตอนปลาย ในมุมกลับกันมักเป็นประเภทรักง่าย หน่ายเร็ว มุมมองด้านความรัก คือ อกหักดีกว่ารักไม่เป็น

 บุคคลหมายเลข 6 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 6,15 และ 24

ถูกควบคุมโดยเทพีวีนัส ซึ่งเปรียบเสมือนเทพีแห่งความรัก เต็มไปด้วยความรักที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ เป็นรักที่ยั่วยวนชวนให้หลงใหล เต็มไปด้วยสีสันจินตนาการที่ไร้ขอบเขต ในมุมกลับกันเป็นความรักที่ถูกครอบงำโดยการหลงใหล ประเภทรักไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่รู้จักเวลา ขอเพียงให้ได้รักหรือถูกรักก็พอใจ มุมมองด้านความรัก ความรักคือโอสถทิพย์

 บุคคลหมายเลข 7 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 7,16 และ 25

ถูกควบคุมโดยดาวพระเกตุ (เนปจูน) เป็นความรักที่ค่อนข้างอิสระเสรี เป็นตัวของตัวเอง เป็นรักที่มีจุดยืนชัดเจนว่าฉันเป็นของฉันอย่างนี้ คุณจะเป็นแบบไหนก็คือแบบฉบับของคุณ ขอเพียงแค่เข้าใจในจุดร่วมก็สามารถรักกันได้ ในมุมกลับกันบางครั้งอิสระมากเกินไป จนดูว่าห่างเหินขาดการติดต่อ ไม่สม่ำเสมอ มุมมองด้านความรัก คือ ขอบฟ้าที่กว้างไกล คือสายใยแห่งความรัก

 บุคคลหมายเลข 8 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 8,17 และ 26

ถูกควบคุมโดยดาวเสาร์ เป็นตัวแทนของเทพเจ้าแห่งความสง่างาม ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ยามสงบนิ่ง ในด้านของความรักมักจะก่อตัวอย่างเงียบๆ เปรียบเสมือนถ่านร้อนที่คุโชน เป็นรักที่ไม่ค่อยชอบแสดงออก หรือเปิดเผยในการกระทำมากมาย แต่ก็ก่อตัวอย่างสงบ และหนักแน่นมั่นคง ในมุมกลับกันบางครั้งก็ดูเย็นชาจนขาดความตื่นเต้นเร้าใจ มุมมองด้านความรัก คือ หนักแน่นและมั่นคงดุจขุนเขา

 บุคคลหมายเลข 9 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 9,18 และ 27

ถูกควบคุมโดยดาวอังคาร ในแง่ของความรักแล้วถือว่า เป็นรักที่ต้องแข่งขันถึงจะเข้าเส้นชัย เป็นคู่รักที่ต้องใช้ความอดทน จนถึงขั้นทรหดในการประคองความรัก แต่ถ้าถึงที่หมายแล้วล่ะก็ เชื่อได้ว่าจะเป็นอมตะแห่งรักที่มั่นคงและอบอุ่น ในมุมกลับกันเป็น ความรักที่ก้าวร้าว เห็นแก่ตนเองเป็นสำคัญ มุมมองด้านความรัก คือ การแข่งขันย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ

edit @ 5 Nov 2008 20:02:29 by LevelDowN

แปลและเรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก sports.espn.go.com

         ดิค และ ริค ฮอยท์ เป็นทีมนักวิ่งพ่อ-ลูกจากมลรัฐแมซซาชูเสตต์ ที่ผ่านการแข่งขันวิ่งมาแล้วทั้งหมด 984 รายการ ไม่ว่าจะเป็น ไตรกีฬา , Ironman (การแข่งขันไตรกีฬาแบบวิบากโดยไม่มีการหยุดพัก) และวิ่งมาราธอน นอกจากนั้น พวกเขายังปั่นจักรยานข้ามสหรัฐเมริกา เป็นระยะทาง 3,735 ไมล์ ในเวลา 45 วัน มาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่ายากคนธรรมดาทั่วไปจะทำได้

         แต่สิ่งทำให้เรื่องราวของทั้งคู่ฝังอยู่ในใจของผู้คนทั่วโลกก็คือ ความมหัศจรรย์ของนักวิ่งสองพ่อลูกนั่นเอง

         ริค ผู้เป็นลูกชายนั้นไม่ได้มีสภาพปกติเหมือนคนทั่วไปแต่อย่างใด หากแต่ว่า. . . เขาเป็นอัมพาตตั้งแต่เกิด ไม่สามารถเดินและพูดได้

         ริค จบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง จากนั้นเขาได้เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยบอสตัน และได้รับปริญญาหลักสูตรการศึกษาพิเศษ หลังจากสอนหนังสือได้ 1 ปี ริคก็เริ่มสนใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และได้มีส่วนช่วยวิทยาลัยบอสตันในการพัฒนาระบบ "Eagle Eyes" ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้การเคลื่อนไหวของตาและศีรษะช่วยในการสื่อสาร

         ในระหว่างร่วมกิจกรรมกีฬาบาสเก็ตบอลของทางวิทยาลัย ริคได้ยินประกาศเกี่ยวกับการวิ่งการกุศลช่วยเหลือนักวิ่งผู้หนึ่งที่ประสบ อุบัติเหตุจนต้องทุพพลภาพ ดิค จำได้ว่าลูกชายของเขากลับมาถึงบ้าน พร้อมกับบอกว่า 

         "พ่อครับ เราต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเขาแล้วล่ะ ผมอยากแสดงให้เขาเห็นว่า ชีวิตต้องดำเนินต่อไปแม้ว่าเขาจะเป็นอัมพาต" 

         และริค ลูกชายได้พูดกับพ่อของเขาว่า "พ่อครับ พ่อจะไปวิ่งมาราธอนกับผมได้ไหม" อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตัวคุณพ่อเองจะอายุมากแล้ว แถมยังเป็นโรคหัวใจ เขาเลือกที่จะตอบลูกของเขากลับไปว่า "ได้ซิลูก"

         ฮอยท์ กล่าวว่าสำหรับเส้นทางการแข่งขันวิ่งนั้น "ริคนั่นเองที่เป็นแรงจูงใจ" การแข่งขันครั้งแรกเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1979 ดิค ผู้เป็นพ่อออกวิ่งไปพร้อมๆ กับเข็นวีลแชร์สองล้อที่มีลูกชายนั่งอยู่ เป็นระยะทาง 5 ไมล์ หลังการวิ่งสิ้นสุดลง ริค บอกกับพ่อด้วยอาการตื่นเต้นว่า 

         "พ่อครับ ตอนที่เรากำลังวิ่งอยู่นั้น ผมไม่รู้สึกว่าผมพิการเลยแม้แต่น้อย"

         หลังจากการแข่งขันวิ่งครั้งแรก ดิค ฮอยท์ ได้วิ่งไปพร้อมๆ กับลูกชายในการแข่งขันวิ่งมาราธอนในเมืองบอสตันและเมืองอื่นๆ อีกนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอนระยะทาง 26.2 ไมล์  85 รายการ ในแต่ละครั้ง ไม่เพียงแค่วิ่งไปพร้อมกับเข็นวีลแชร์เป็นระยะทาง 26.2 ไมล์เท่านั้น ยังลากเรือที่มีริคอยู่ข้างในระหว่างว่ายน้ำเป็นระยะทาง 2.4 ไมล์ รวมทั้งปั่นจักรยานโดยมีริคนั่งอยู่บนแฮนด์จักรยาน เป็นระยะทางอีก 112 ไมล์ อีกด้วย ซึ่งภารกิจทั้งหมดนั้นทำภายในวันเดียว! ในปี ค.ศ. 1992 การแข่งขันวิ่งมาราธอนที่เมืองบอสตันครั้งที่ 24 ดิคและริด เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5,083 จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 20,000 คน ใช้เวลาทั้งหมด 2 ชั่วโมง 40 นาที ทำเวลาช้ากว่าสถิติโลกไปเพียงแค่ 35 นาที

         ปัจจุบัน ดิคในวัย 66 ปลดเกษียณจากหน้าที่ในกองทัพอากาศแห่งชาติ ส่วน ริคในวัย 44 นั้นปัจจุบันทำงานอยู่ที่วิทยาลัยบอสตัน ทั้งคู่ยังคงมีเป้าหมายที่จะลงแข่งขันวิ่งต่อไป รวมทั้งเป็นวิทยากรในที่ต่างๆ อีกด้วย

         เมื่อถามว่า ความปรารถนาของริคคืออะไร ริคได้ตอบว่า "สิ่งเดียวที่ผมอยากจะทำก็คือ ให้พ่อของผมนั่งอยู่บนวีลแชร์ โดยมีผมเป็นผู้ดันเขาเข้าสู่เส้นชัยสักครั้งหนึ่งในชีวิต"